คามิโคจิ (Kamikochi) สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ ไปกับทัวร์พรีเมี่ยม
คามิโคจิ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น โดยสามารถเดินข้ามสะพานเพื่อสูดรับอากาศอันบริสุทธิ์จากลำธาร ชื่นชมความงดงามของภูเขาที่สะท้อนอย่างเปล่งประกายบนผิวน้ำใส และเดินชมทิวทัศน์อันเงียบสงบจากธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน ทำให้คามิโคจิกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเที่ยวชมธรรมชาติ
ในบทความนี้ ลีลาวดี ฮอลิเดย์จะพาท่านสมาชิกทำความรู้จักกับคามิโคจิให้มากยิ่งขึ้น ก่อนเริ่มเดินทางค้นหาความงามตามสถานที่ต่าง ๆ คามิโคจิด้วยตัวเอง
สารบัญบทความ
Kamikochi ทำความรู้จักกับอุทยานแห่งชาติแห่งความงามตามธรรมชาติ

คามิโคจิ (Kamikochi) คือ พื้นที่ราบสูงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติจูบุซังกาคุ คามิโคจิตั้งอยู่ในพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยหุบเขา อยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร โดยมีแม่น้ำอาซุสะไหลผ่านหุบเขาประมาณ 15 กิโลเมตร ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี
ด้านในคามิโคจิเต็มไปด้วยความงดงามจากทิวทัศน์ของหุบเขา ป่าไม้ ใบหญ้า และลำธาร ทำให้คามิโคจิกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและนักเดินป่าเป็นอย่างมาก
คามิโคจิตั้งอยู่ระหว่างกึ่งกลางเมืองมัตสึโมโตะและเมืองทาคายามะ สามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่อุทยานคามิโคจิได้จากทั้งสองทาง ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบเช้า-เย็นกลับ แต่ถ้าต้องการสัมผัสความงามธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ภายในอุทยานก็มีบริการที่พักค้างคืนด้วยเช่นกัน
คามิโคจิ เลือกเที่ยวฤดูกาลไหนดี
คามิโคจิเปิดเดือนไหนบ้าง? ควรเที่ยวช่วงไหนดี? คามิโคจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่เปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนเมษายน-พฤศจิกายน ซึ่งแต่ละช่วงฤดูกาลก็มีความเสน่ห์ความงามต่างกัน ดังนี้
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring)
คามิโคจิช่วงกลางเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมจะยังคงมีหิมะบางส่วนหลงเหลืออยู่ ทำให้อากาศเย็นสบาย และบางช่วงเวลาอาจมีอุณหภูมิต่ำถึงเลขหลักเดียว ในระหว่างนี้ต้นไม้ก็จะเริ่มผลิใบเขียวอ่อน และดอกไม้ก็จะเริ่มผลิบานทั่วเส้นทางเดินเที่ยว
ฤดูร้อน (Summer)
ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าสู้ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว แต่อากาศในคามิโคจิยังคงเย็นสบายอยู่ จึงเหมาะกับการเที่ยวชมความงามของป่าไม้เขียวขจีที่ปกคลุมทั่วหุบเขา แต่ถ้าต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างเงียบสงบ ควรเลี่ยงเดินทางเที่ยวในช่วงวันหยุดโอบ้ง เนื่องจากเป็นช่วงที่มีชาวญี่ปุ่นมาเยือนจำนวนมาก
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)
ช่วงเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจะเข้าสู่ฤดูที่ใบไม้เริ่มผลัดใบ ซึ่ง Kamikochi เป็นหนึ่งในสถานที่ที่จะได้เห็นความอลังการของใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าต้องการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิควรไปเดือนไหนดี? แนะนำไปช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงที่ต้นไม้ทั่วหุบเขากำลังผลัดใบสวยงาม
ฤดูหนาว (Winter)
ในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนเมษายน ร้านค้า โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกในคามิโคจิจะปิดให้บริการชั่วคราว และเส้นทางเดินเขาบางส่วนก็จะถูกปิดตัวชั่วคราวเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติด้วยเช่นกัน ถ้าต้องการเที่ยวคามิโคจิในช่วงฤดูหนาว จะต้องยื่นแบบฟอร์มกับเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตท่องเที่ยวภายในอุทยาน
สถานที่คามิโคจิ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน
คามิโคจิมีสถานที่สวยงามที่ไม่ควรแวะชมมากมาย ในที่นี้ลีลาวดี ฮอลิเดย์จะมาแนะนำสถานที่ 4 แห่งในคามิโคจิที่เหมาะกับการถ่ายรูปภาพสวย ๆ สามารถเดินเที่ยวครบ จบ ในวันเดียว ดังนี้
สะพานคัปปะ (Kappa Bridge) สัญลักษณ์แห่งคามิโคจิ

หากพูดถึงสัญลักษณ์ของคามิโคจิ ก็คงต้องนึกถึงสะพานคัปปะ สะพานแขวน ที่ตั้งอยู่ใจกลางคามิโคจิ สะพานแห่งนี้สร้างจากไม้ มีความยาว 37 เมตร โดยมีที่มาจากนวนิยายเรื่อง “คัปปะ (Kappa)” หรือที่รู้จักในฐานะปีศาจน้ำของตำนานญี่ปุ่น แต่งโดย Ryunosuke Akutagawa เป็นเรื่องราวของตัวเอกที่หลงทางในดินแดนของคัปปะระหว่างเดินทางไปคามิโคจิ
สะพานคัปปะแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำอาซุสะ ระหว่างเดินข้ามผ่านสะพาน จะเห็นความงามของเทือกเขาโฮทากะและบรรยากาศของป่าไม้โดยรอบ จึงเป็นจุดถ่ายรูปภาพที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนคามิโคจิ นอกจากนี้แล้วบริเวณรอบสะพานแขวนก็มีร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ จึงสามารถเพลิดเพลินกับการเที่ยวตลอดทุกช่วงฤดูกาลที่เปิดทำการ
แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) สายน้ำใสไหลเย็นเบื้องหน้าทิวเขา

เมื่อเดินผ่านสะพานคัปปะก็จะเห็นแม่น้ำอาซุสะ แม่น้ำสายหลักที่ไหลลงจากเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นและไปรวมตัวกับแม่น้ำชิคุมะ กลายเป็นแม่น้ำชินาโนะที่มีความยาวมากที่สุดในญี่ปุ่น แม่น้ำอาซุสะเกิดจากหิมะในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นละลายตัว แล้วไหลลงจากเทือกเขาโดยผ่านชั้นหินและทราย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยกรองให้น้ำใสสะอาดอย่างเป็นธรรมชาติ
หากต้องการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ การเดินเลียบแม่น้ำอาซุสะเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเที่ยวคามิโคจิ เพราะระหว่างทางจะได้ยินเสียงน้ำไหลให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมชมสีสันอันสดใสจากป่าไม้และหุบเขาท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย ซึ่งสีของแม่น้ำอาซุสะในแต่ละฤดูกาลแตกต่างกันโดยฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเห็นน้ำสีฟ้าสดใส และในช่วงใบไม้ร่วงแม่น้ำก็จะสะท้อนสีเหลืองของใบอย่างงดงาม
บึงไทโช (Taisho Pond) บึงที่สะท้อนภาพภูเขาอันงดงาม

มาต่อกันที่บึงไทโช บึงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในคามิโคจิ เกิดจากภูเขาไฟยาเกะดาเกะระเบิดตัวในปีค.ศ.1915 แล้วดินโคลนไหลปิดกั้นแม่น้ำอาซุสะบางส่วน จนเกิดเป็นบึงไทโชอันสวยงามที่พบเห็นในปัจจุบัน เมื่อมองไปที่ผิวน้ำ ก็จะเห็นเงาของภูเขาโฮทากะสะท้อนจากบึงอย่างงดงาม โดยเฉพาะในยามเช้าที่มีหมอกลอยเหนือผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่งดงามราวกับภาพวาดในฝัน
บึงไทโชเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในคามิโคจิที่ควรแวะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ กำลังฟื้นคืนความมีชีวิตชีวา และยังเป็นช่วงที่น้ำในบึงใสสะอาดมาก จนทำให้เห็นเงาสะท้อนจากภูเขาโฮทากะอย่างชัดเจน แต่ถ้าต้องการเที่ยวชมความงามภายในอุทยานคามิโคจิแบบสบาย ๆ แนะนำให้เริ่มต้นที่บึงไทโชก่อน แล้วเดินไปจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ
บึงเมียวจิน (Myojin Pond) ความสงบและทัศนียภาพอันศักดิ์สิทธิ์

สุดท้ายนี้มาพูดถึงบึงเมียวจิน บึงที่ตั้งอย่างสง่างามใกล้กับศาลเจ้าโฮทากะซึ่งเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่น อยู่ห่างจากสะพานคัปปะราว 3.5 กิโลเมตร บึงแห่งนี้ถูกนำมาใช้ประกอบพิธี “โอะฟุเนะมัตสึริ” เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้าที่คอยปกปักรักษาภูเขาในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี และที่ปลายท่าน้ำก็มีระฆังและกล่องบริจาคตั้งไว้ให้ผู้คนมาสักการะและขอพร
บึงแห่งนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความลึกลับและสง่างามราวกับอยู่ในโลกนิทาน หากต้องการค้นหาเสน่ห์ของบึงเมียวจิน แนะนำให้เดินทางมาที่คามิโคจิเพื่อถ่ายรูปภาพเก็บบรรยากาศอันงดงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะได้เห็นใบไม้สีเหลืองของต้นคารามัตสึพัดพลิ้วไหวท่ามกลางบึงน้ำที่ไหลอย่างนิ่งสงบ เหมาะกับการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังใจให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
แผนการเดินเขา (Hiking) ในคามิโคจิ มีเส้นทางไหนบ้าง
การเดินเขาในคามิโคจิมีหลายเส้นทางตามระดับความยาก-ง่ายต่างกัน โดยมีเส้นทางเดินเขาที่นิยม ดังนี้
- แม่น้ำอาซุสะ : เส้นทางเดินคามิโคจิระดับต้น ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 3 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นจากการเดินข้ามสะพานคัปปะแล้วเดินชมทิวทัศน์รอบ ๆ เลียบแม่น้ำอาซุสะ ทางเดินส่วนมากเป็นพื้นที่ราบ เหมาะกับผู้คนทั่วไป จึงเป็นเส้นทางที่นิยมจัดไว้ในทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมี่ยม
- ภูเขายาเกะดาเกะ : เส้นทางปีนภูเขาไฟระดับปานกลาง ระยะทาง 6.4 กิโลเมตร โดยจะต้องเดินขึ้นภูเขาไปเพื่อชมทัศนียภาพของคามิโคจิจากที่สูง แต่เนื่องจากเป็นการเดินขึ้นภูเขาไฟซึ่งเส้นทางบางช่วงมีความแคบ จึงควรขึ้นเขาอย่างระมัดระวัง
- ภูเขาโชกะทาเกะ : เส้นทางปีนเขาระดับปานกลาง มีหลายเส้นทางให้เลือก บางเส้นทางอาจใช้เวลาเดินหลายวัน ในระหว่างทางจะพบทางหินและทางที่มีความชันสูง แต่เมื่อถึงยอดเขาจะได้ชมวิวอันสวยงามตระการตาของเทือกเขา จนความเหน็ดเหนื่อยหายไป
- ภูเขาคิตะ-โฮะตะคาดาเกะ : เส้นทางปีนเขาระดับสูง ระยะทาง 34.7 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักปีนเขาระดับมืออาชีพ โดยจะต้องผ่านเส้นทางที่มีความชันสูงตลอดทาง จนอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยแต่เมื่อได้เห็นวิวจากยอดเขาแล้วก็จะรู้สึกคุ้มค่าที่มาเยือนคามิโคจิ
- ภูเขายาริ : เส้นทางปีนเขาระดับสูง ระยะทาง 39.1 กิโลเมตร ในช่วงเวลาที่ปีนเขาจะต้องเดินขึ้นเขาที่มีความสูงชันและต้องผ่านแม่น้ำด้วย ในการเดินทางเส้นทางนี้อาจใช้เวลา 2-4 วัน แต่ในระหว่างทางเดินก็จะมีที่พักสำหรับออมแรงเล็กน้อย ก่อนเดินขึ้นชมความงามของขุนเขา
- ไดคิเรตโตะ : เส้นทางปีนเขาระดับสูง ระยะทาง 25.2 กิโลเมตร ในระหว่างทางจะต้องปีนเส้นทางที่แคบและชันสูง จึงเหมาะกับนักปีนเขาที่มีประสบการณ์ปีนเขาสูง มีแข็งแรงที่แข็งแรง และต้องการท้าทายการปีนเขาในพื้นที่สูงชันของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น
คามิโคจิ สามารถเดินทางด้วยวิธีไหนได้บ้าง
คามิโคจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถเดินทางจากตัวเมืองไปไม่ยาก ซึ่งการเดินทางพักผ่อนที่ Kamikochi มีวิธีเดินทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- รถบัส : นั่งรถบัส Sawayaka Shinshu Express Bus จากสถานีชินจุกุไปสถานีคามิโคจิ โดยมีรอบรถบัส 2 ช่วง (รอบ 7.15 น. และ 22.25 น.)
- รถไฟ : นั่ง JR ลงที่สถานีมัตสึโมโตะ จากนั้นก็จะต้องเลือกวิธีเดินทางไปคามิโคจิต่อ โดยมีให้เลือก 2 ทาง ดังนี้
- นั่งรถบัสสายตรงไปคามิโคจิ (เปิดให้บริการ 2 รอบต่อวัน คือ รอบ 5.30 น. และ 10.15 น.)
- นั่งรถไฟท้องถิ่นจากสถานีมัตสึโมโตะไปที่สถานีชิน-ชิมะชิมะ ก่อนต่อรถบัสไปคามิโคจิ
หมายเหตุ : ทางอุทยานไม่อนุญาตให้นำรถยนต์เข้าสู่พื้นที่ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จะต้องจอดรถด้านนอก แล้วนั่งรถบัสเข้าอุทยาน แต่ถ้าไปกับทัวร์พรีเมี่ยมก็จะมีบริการรถส่วนตัวพร้อมพาท่านสมาชิกเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องต่อรถหลายรอบหรือรอรถนาน
คามิโคจิ เดินทางเที่ยวญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมกับลีลาวดี ฮอลิเดย์
คามิโคจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับท่านสมาชิกที่หลงรักธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะคามิโคจิเป็นแหล่งรวมธรรมชาติสวย ๆ เอาไว้อย่างครบครัน และสามารถเที่ยวชมความงามได้ครบ ภายใน 1 วัน ไม่ว่าจะเป็นบึงไทโช สะพานคัปปะ แม่น้ำอาซุสะ และบึงเมียวจิน อีกทั้งยังสามารถเดินทางจากตัวเมืองได้ไม่ยากนัก และมีรถสาธารณะคอยบริการนักท่องเที่ยวอยู่ตลอด เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงการเที่ยวในช่วงวันหยุดของญี่ปุ่น
แต่ถ้าต้องการเที่ยวคามิโคจิและสถานที่อื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่นแบบสบาย ๆ ลีลาวดีรับจัดทัวร์ญี่ปุ่นส่วนตัว ให้บริการนำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตครบครัน ตลอดทุกช่วงเทศกาล ได้รับการการันตีจากกรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมให้บริการด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้ท่านสมาชิกทุกท่านสามารถเที่ยวสบาย ๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม มีความสุขตลอดทริป
- Hotline: 084-639-9222, 084-648-7648
- Line: @Leelawadeeholiday
- Facebook: Leelawadeeholiday
- Instagram: Leelawadeeholiday

Comments are closed