เมนูหลัก
บริษัทในเครือ
  อิมเมจ ฮอลิเดย์ (ไทยแลนด์)
  อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่

เพราะที่แห่งนี้ .. คือ .. คิวชู (By Leonie)

 

เพราะที่แห่งนี้ .. คือ .. คิวชู  

                    ตามที่เกริ่นไว้แล้วว่าคิวชู หรือ เกาะคิวชู คือทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ไม่ได้ห่างไกลความเจริญแต่อย่างใดแต่คงไว้และผสมผสานซึ่งวัฒนธรรมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว เกาะคิวชูเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3  ของประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย 9 จังหวัด ในครั้งนี้ขอยกตัวอย่างสถานที่สำคัญสำคัญที่สักครั้งในชีวิตเมื่อได้ไปเยือนคิวชูต้องไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมกัน 

          ศาลเจ้าดาไซฟุ (DA ZAI FU)

  

                  สถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ่ที่สำคัญของเมืองฟุกุโอกะ  เป็นศาลเจ้าที่อุดมไปด้วยต้นท้อมากมายจนกลายเป็นเหมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของศาลแห่งนี้ แต่ทว่าที่นี้ขึ้นขื่อในเรื่องของการขอพรให้ประสบผลสำเร็จในเรื่องของการศึกษา เนื่องจากว่าสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักปราชญ์และกวีเอกคนสำคัญที่เป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา (ซูงาวาระ มิจิซาเนะ) ซึ่งมีทริคและเทคนิคง่ายๆในการขอพรให้ประสบผลสำเร็จโดยการลูบศรีษะเจ้าวัวกระทิงที่นอนเฝ้าอยู่หน้าศาลเจ้า นอกจากการขอพรในเรื่องของการเรียนแล้ว ยังขอพรในเรื่องการงาน การเงินและสุขภาพได้เช่นกัน

         โกลฟเวอร์ การ์เด้นท์ (GLOVER  GARDEN)

                  โกลฟเวอร์ การ์เด้นท์ ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาซากิหนึ่งในจังหวัดของเกาะคิวชู เป็นเสมือนตัวแทนแห่งความรุ่งเรื่องด้านการค้าของภูมิภาคคิวชู เพราะสถานที่แห่งนี้คือชุมชนชาวตะวันตกของพ่อค้าขุนนางในสมัยก่อนที่เข้ามาค้าขาย ที่ตั้งของชุมชนนี้ตั้งอยู่ริมทะเลมีท่าเทียบเรือของเรือขนส่งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สำหรับพ่อค้าขุนนางชาวตะวันตกที่มีชื่อเสียงที่เคยมาพักอาศัยอยู่ที่นี้อันได้แก่ คุณโทมัส  เบล็ก โกลฟเวอร์  ผู้นำวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และความทันสมัยเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น  หรือ คุณวอคเกอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท คิริน บริเวอร์รี่ (Kirin) (บริษัทเครื่องดื่มน้ำเมาอันดับต้นๆของญี่ปุ่น)

        หมู่บ้านยูฟูอิน (YUFUIN VILLAGE)

                   

                   หมู่บ้านยูฟูอิน ตั้งอยู่ในเมือง OITA  เป็นหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา ที่นี่เราจะได้พบสินค้าที่ระลึกมากมายทั้งสินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ ขนมของกินเล่นและของกระจุกกระจิกเล็กๆน้อยๆ  ระหว่างทางของการจับจ่ายใช้สอย เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นญี่ปุ่นขนาดแท้ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ รอยยิ้มและความเป็นกันเองของผู้คนจะทำให้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของเราเดินช้าลงในถนัดตา 

         สวนสันติภาพนางาซากิ (NAGASAKI  PEACE  PARK)

  

 

                   ถ้าจะถามว่า .... ทำไม ?? ต้องมาสวนสันติภาพนางาซากิ มาเพื่ออะไร ?? .. คำตอบเดียวที่กระจ่างชัดต่อสายตาของคนทั้งโลกนั่นเป็นเพราะนางาซากิคือหนึ่งในเมืองที่โดนปรมาณูเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นี่ไม่ใช่เพียงสวนสาธารณะในการเดินเล่นพักผ่อนแต่อย่างใด แต่เดิมทีที่นี่คือคุกเก่าซึ่งในวันที่เกิดเหตุทั้งนักโทษและผู้คุมต่างเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ล่องรอยความเสียหายที่ยังคงมีอยู่ก็คือกำแพงของคุกเก่า หรือแม้แต่รูปปูนปั้นต่างๆที่บ่งบอกและระลึกถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นของหายนะในครั้งนั้น  

          ปราสาทคุมาโมโต้ (KUMAMOTO  CASTLE)


                 สถานที่สุดท้ายที่ของพูดถึง นั่นคือ ปราสาทคุมาโมโต้ ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 3 ปราสาทของประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามและความสำคัญ ปราสาทแห่งถูกรายล้อมไปด้วยต้นแปะก๊วย ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิรอบๆปราสาทแห่งนี้จะปรากฎสีเหลืองของต้นแปะก๊วยห้อมล้อมอยู่อย่างสวยงาม และเจ้าต้นแปะก๊วยนี้มาจากไหน?? นั่นสิ !! ... เล่าย้อนถึงสมัยก่อนว่าที่นี้ปลูกต้นแปะก๊วยไว้เป็นเสบียงในยามศึกสงครามทำให้ผู้คนไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ และตัวปราสาทที่เห็นนี้คือตัวปราสาทใหม่เพราะปราสาทเดิมถูกไฟไหม้ไปแล้ว ในปัจจุบันตัวปราสาทหลังใหญ่เราสามารถขึ้นไปชมวิวในชั้นบนสุดได้ ซึ่งมองออกมาก็เห็นวิวเมืองคุมาโมโต้ไปจนสุดลูกหูลูกตา

                   - นอกเหนือจากการเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆในทุกจังหวัดของภูมิภาคคิวชูแล้ว เรายังมีเรื่องราวน่ารักน่ารู้ของเกาะแห่งนี้เพิ่มเติมอีก  ซึ่งขอหยิบยกคร่าวๆมาเป็นตัวอย่าง ดังนี้ 

                 1. มาสคอตประจำเมืองคุมาโมโต้ คือเจ้าคุมะมัง หรือ คุมะคุง มีลักษณะเป็นหมีสีดำดวงตากลมโต (คุมะ แปลว่า หมี) สำหรับเจ้าคุมะนี้ทางการท่องเที่ยวของเมืองคุมาโมโต้ตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและวันนี้ต้องยอมรับว่าแผนการโปรโมทส่งเสริมการท่องเที่ยวนี้ใช้ได้ผลดีเลยทีเดียว 

           

               2. ในยามค่ำคืนนอกจาการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ทานอาหารในร้านอาหารหรือภัตตาคารชื่อดังแล้ว ผู้คนที่นี่ยังคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตดั้งเดิมกับการทานอาหารตามแผงลอยข้างทาง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ยะไต .. เราสามารถหาอาหารที่ทานได้ง่ายๆจำพวกราเมน อูด้ง ปิ้งย่าง แกล้มกับเบียร์หรือสาเกเพื่อจับกลุ่มนั่งคุยนั่งสังสรรค์ระหว่างกลุ่มเพื่อนหรือคุยธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการมากนัก 


              3. อาหารที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของคิวชู นั่นคือราเมน .. ซึ่งจะมีชื่อเรียกอย่างชัดเจนว่า ฮากาตะราเมน เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะเดิมที่เมืองฟุกุโอกะซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาะคิวชูใช้ชื่อว่าฮากาตะมาก่อนภายหลังมีการเปลี่ยนชื่อเป็นฟุกุโอกะ ผู้คนก็ยังคงเรียกว่าราเมนฮากาตะกันเหมือนเดิม ในส่วนของราเมนนี้ยังมีที่ที่ได้รับความนิยมซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในชื่อ ราเมนข้อสอบ เพราะการทานราเมนแบบนี้จะนั่งทานคนเดียวในช่องเล็กๆให้เราเลือกชนิดของเส้นของน้ำซุปราเมน ระหว่างนั่งทานก็มีการกั้นช่องรอบด้านให้อารมณ์คล้ายการทำข้อสอบของนักเรียน 

 

             4. สิ่งน่ารู้สุดท้ายที่อยากจะแนะนำ คือ การอาบทรายร้อน ของเมืองเบปปุ เพราะไฮไลท์สำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นนอกจากการอาบออนเซนที่พลาดไม่ได้แล้ว เมื่อมาเยือนคิวชูก็ย่อมที่จะต้องไม่พลาดเช่นกันในเรื่องการอาบทรายร้อน เนื่องจากว่าเบปปุเป็นเมืองที่ยังแร่กำมะถันหลงเหลืออยู่ จึงเหมาะมากกับกิจกรรมผ่อนคลายนี้ วิธีการอาบทรายร้อนก็ไม่ต่างกับการแช่ออนเซนเลย ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเพื่อฝั่งกลบร่างกายภายใต้ทรายอันร้อนอุ่น ประโยชน์ที่ได้ เพื่อโลหิตหมุนเวียนที่ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่งสุขภาพดี งานนี้สาวๆนักเดินทางต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                  จากทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า " คิวชู " จะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่รักและหลงใหลในเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น .. การท่องเที่ยวที่ดูไม่วุ่นวายเท่าแถบตอนกลางของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายอารมณ์ของการเดินทาง รสชาติอาหารที่เราคุ้นเคยผสมผสานกับความสดสะอาดของวัตถุดิบในการปรุงแต่งอาหารที่ได้มาสดๆจากเมืองแห่งการท่าการค้าขายทางทะเล  คงทำให้นักท่องเที่ยวทุกท่านที่ไปเยือน หลงรักและหลงเสน่ห์ของเกาะคิวชูแห่งนี้ ...



เรียบเรียงโดย 
Leonie Natty

 

                  

 

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน