เมนูหลัก
บริษัทในเครือ
  อิมเมจ ฮอลิเดย์ (ไทยแลนด์)
  อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่

โดย… หกสิงหา @hoksingha

 

 

 

 

 

เปิดสวิทซ์หัวใจรับปีใหม่ที่สวิส 

                                 

 

 


 “แม้จะท่องเที่ยวไปทั่วโลก

         ก็ไม่อาจจะเข้าใจโลกได้ดีพอ

                      ถ้ายังไม่รู้จักโลกใบแรกคือตัวเราเอง”  

 

          ผมหวนระลึกถึงคำสอนของพระอาจารย์รูปหนึ่ง ผนวกกับความคิดของตนเอง จึงทำให้เกิดเสียงของความคิดบรรเลงออกมาเป็นประโยคข้างต้น  คนเราเกิดมาพร้อมกับ “ความเบื่อหน่าย” อยากย้ายตัวเองไปยังสถานที่ต่างๆ บ้างก็อยากหนีความร้อนไปหาความเย็นสบาย   บ้างก็อยากหนีความเหน็บหนาวกายไปหาความอบอุ่น เราทุกคนต่างก็อยากอยู่ในที่ๆ ทำให้เรา  “สบายกาย สบายใจ” ที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้    เราต่างก็อยากกินอาหารอร่อยๆ มีความหลากหลาย ได้กินอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยให้ลิ้นได้จุ่มจิ้มลิ้มลอง  เราอยากเปิดหน้าต่างแล้วเห็นภาพที่แปลกตา   เห็นภาพทะเลสีฟ้าบ้าง เพื่อลดจำนวนภาพความทรงจำที่มีแต่ภาพรั้วบ้าน หรือกำแพงหนาๆ ของคอนโดมิเนียม  เราอยากเดินทางออกไป... เพราะใจเราโหยหาและถูกท้าทาย

 

 

              ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในทวีปยุโรปมาทั้งหมด  7  ประเทศ ประเทศแรกที่ผมอยากกลับไปมากที่สุด    คือ “สวิตเซอร์แลนด์” (Switzerland) ให้อยู่ไปจนตลอดชีวิตก็พร้อมจะอยู่ได้ ทำไมผมจึงกล้าพูดแบบนั้นตั้งแต่ได้เรียนวิชาภูมิศาสตร์ ช่วงมัธยมฯ ผมยังคงจำได้เสมอว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นดินแดนที่ทั่วโลกยกย่องกันว่า “สวยที่สุด” แต่นั่น... มันก็เป็นเพียงความรู้ในตำรา ที่ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า  “ความรู้สึก” จนวันหนึ่งที่ผมต้องไปทำงานที่นั่นเป็นเวลาประมาณเดือน และเหยียบเยือนไปยังเมืองต่างๆ ทำให้คำว่า “ความรู้สึก” เดินทางมาถึงชีวิตผมอย่างแท้จริง

 

 

        สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว ถ้าคุณอยากเที่ยว... จึงไม่มีคำว่า “ผิดหวัง” ตั้งแต่ก่อนจะออกเดินทาง     สวิตเซอร์แลนด์ตั้งอยู่ในโซนยุโรปตะวันตก ทุกผืนดิน แผ่นน้ำ เต็มไปด้วยเสน่ห์เพราะ “รวมความเป็นที่สุด” ในหลากหลายมุม ทั้งทางวัฒนธรรม ภาษา  สถาปัตยกรรม  ขนบธรรมเนียม ความเป็นนานาชาติ และเสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “ธรรมชาติ”  แต่ละมุมเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ ต่างรอคอยให้เราได้ไปค้นพบความสุขกายสบายใจ   ตัวอย่างที่หยิบเพียงเสี้ยวหนึ่งจากความอลังการของสวิสก็... เช่น  

 

 

        “น้ำตกไรน์” (Rhine Fall) 

 

 

               เมืองซูริค (Zurich) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความกว้างถึง 50 เมตร  หากใครที่กำลัง “ใจตก” เห็นภาพน้ำตกที่นั่นก็อาจจะทำให้ “ใจฟู”

 

 

               ขึ้นมาเพราะดวงตาถูกสะกดด้วยแผ่นน้ำขนาดใหญ่มหึมาที่ไม่เคยเห็นที่ใดในโลกก็ว่าได้ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ผืนดินเฉียดก้อนเมฆที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,158 เมตร

 

 

 

 

 

 

             บนเทือกเขาแอลป์ (Alps) อยู่ระหว่างเมืองวาเล (Valais) และเมืองเบิร์น (Bern)  ได้รับการยกย่องให้เป็น “หลังคาแห่งยุโรป” (Top of Europe)      ซึ่งมีจุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป “สฟริงซ์” (Sphinx)   ให้เราได้กวาดสายตาอย่างกว้างไกล และเห็นภาพธารน้ำแข็งอเลิท์ซ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier)  ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ ” ที่มีความยาวถึง 22 กิโลเมตร ยาวที่สุดในบรรดาทุ่งน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์  นักเดินทางส่วนมากไม่ค่อยจะพลาดการใช้เข่าสัมผัสเขา เล่นสนุกกับลานหิมะ เล่นสโนว์บอร์ด เล่นสกี ฯลฯ  และก่อนจะกลับ...

 

        สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมทำตัวคลาสิคกับชีวิตบ้างก็คือ การเขียนโปสต์การ์ดแล้วส่งจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป ที่แห่งนั้นหากรู้สึกว่าชีวิตกำลังขาดความหวาน ช็อคโกแลตของสวิตเซอร์แลนด์ คือ ความหวานขั้นเทพที่ชาวโลกและนักท่องเที่ยวต่างก็ยกนิ้วชื่นชมว่า “อร่อยสุดๆ”  อีกทั้งระบบระเบียบของประเทศนี้ เลื่องชื่อในเรื่อง “ความปลอดภัย” จึงทำให้เราอบอุ่นใจในทุกการหลับตานอน และเดินทอดน่องช้อปปิ้งไปทุกหย่อมย่านที่รุ่มรวยด้วยอารยธรรมพื้นบ้าน และอาหารการกิน  อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ การเลือก “ผู้ดูแลการเดินทาง”  ควรเลือกทีมงานหรือองค์กรที่มีประสบการณ์ในการจัดท่องเที่ยว อย่ามองเพียงค่าบริการที่ถูกกว่า โปรโมชั่นที่ล่อตายวนใจ  เพราะคำว่า “ถูกและดีพร้อม” มักจะไม่ค่อยเกิดพร้อมกัน ควรระลึกไว้ก่อนตัดสินใจว่า  สิ่งที่ดีและพรีเมี่ยมย่อมมีราคาสูงไปตามกฎสากลโลก  ชีวิตควรมีลีลาและรอบคอบในทุกจังหวะ

 

         ขอให้เชื่อมั่นและให้คุณค่ากับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการเปิดโอกาสให้ใจได้ “พักและหยุดมองตัวเองอย่างเต็มที่” ลองออกจากมุมเดิมๆ เพื่อเพิ่มเติมมุมมองใหม่ๆ จากชนชาติอื่น ที่มีกรอบความคิดอื่น วัฒนธรรมอื่นๆ ให้โอกาสหูได้ฟังสำเนียงภาษาที่เราไม่คุ้นบ้าง ทำให้เรารู้ว่า... เรายังไม่ใช่คนเก่งไปทุกอย่าง รู้ไปทุกเรื่อง เพื่อเพิ่มความถ่อมตน ลดความทะนงตน และไม่เแคบในเรื่องโลกทัศน์ ซึ่งคำว่า “โลกทัศน์” นัยหนึ่งก็มีความหมายว่า “เราต้องมองไปทั้งโลก” ไม่ใช่การอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เราควรให้โอกาสตนเองได้ไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียนรู้และบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่เราได้ไปสัมผัส  โดยอาจจะเริ่มจาก “สวิตเซอร์แลนด์” ประเทศที่เรียกได้ว่า “ครบ” ในทุกเรื่อง ตั้งแต่ท้องฟ้าจรดถึงธารน้ำแข็ใต้ดิ  

 

              “มองโลก... เพื่อกลับมามองตัวเอง” เห็นโลกชัดเท่าไหร่... ก็เห็นตัวเองชัดเท่านั้น  เห็นตัวเองชัดแค่ไหน... ก็เห็นโลกชัดไปตามนั้น

 

 

โดย… หกสิงหา @hoksingha

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน