เมนูหลัก
บริษัทในเครือ
  อิมเมจ ฮอลิเดย์ (ไทยแลนด์)
  อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่

คุณรู้หรือไม่ !! โรคบ้าซื้อ - บ้าช้อปปิ้งมีอยู่จริง .... (By Leonie)

 

    

                         เข้่าสู่ช่วงมหกรรม GRAND SALE กันแล้วนะคะสำหรับนักช้อปทั้งหลาย วันนี้เรามีข้อสังเกตเล็กๆน้อยมาให้สาวๆได้สังเกตตัวเองกันค่ะว่ามีอาการต่างๆเหล่านี้กันหรือเปล่า ?? อาการที่ว่าคือการซื้ออย่างที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้ว่ากระเป๋าแห้งแต่ก็ยังคงต้องการที่จะซื้อสินค้าในชิ้นนั้นอยู่อีก และมีความสนใจ คิดวนเวียนในสินค้าที่ถูกใจนั้นๆอยู่ตลอดเวลาเวลา .... อาการดังกล่าวทางการแพทยืเค้าเรียกกันว่า "ภาวะ Oniomania " (โรคบ้าซื้อ)

 

 

                         อาการของภาวะ Oniomania นั้นผู้ที่ตกอยู่ในภาวะนี้จะมีอาการ ที่ช้อปแบบไม่บันยะบันยัง ซื้อของที่ตัวเองไม่ต้องการ บางครั้งเหมือนขาดสติ และถ้าหากไม่ได้ไปช้อปปิ้งจะมีอาการทุรนทุราย เครียด ซึ่งส่วนสาเหตุของโรคนี้ก็คือเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์ที่ป้องกันโรคซึม เศร้า ซึ่งมนุษย์มีกลไกตอบสนองของการซึมเศร้า โดยการโหยหาของใหม่ๆ และแตกต่างจากเดิม โดยตอบสนองจากการได้เห็นของใหม่ๆ ในห้าง หรือเมื่อเวลามีโฆษณาของใหม่ๆ ทางทีวี และเพื่อมาบรรเทาอาการซึมเศร้านั้นๆ เลยซื้อแหลกแต่เมื่อเอาของกลับมาบ้าน ก็จะมีความรู้สึกผิด เมื่อได้ซื้อมาแล้วเกิดเสียดาย กระตุ้นความซึมเศร้า และวนไปวนมาเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ

 

 

                         แต่ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ อาการนี้ไม่ใช่อาการทางจิตแต่อย่างใดค่ะ แต่เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากแรงกระตุ้นภายนอก เช่น เห็นป้ายสินค้าลดราคา เห็นแหล่งช้อปปิ้งเปิดใหม่ หรือการอยากมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เหมือนคนอื่น รวมไปถึงความสุขที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ซื้อของด้วย

 

     

 

                         สำหรับการจัดการกับภาวะ Oniomania สามารถจัดการได้โดยหลังง่ายๆ คือ
 

                                1.จัดเก็บของใช้เป็นประจำ ... วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าของที่เราใช้อยู่ในมีปริมาณเท่าไหร่ ใกล้จะหมดหรือยัง หรือของใช้อยู่ในสภาพใด
                                           และจำเป็นต้องซื้อใหม่หรือยัง 

                                      2. จัดเก็บของใช้ต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ ... เพื่อช่วยทำให้เรารู้ว่า เสื้อผ้าหรือของใช้ในแต่ละหมวดหมู่นั้นมีอะไรบ้าง และรู้ว่ามีชิ้นไหน                                           ที่ใช้ได้อยู่หรือไม่ เพื่อลดจำนวนการซื้อลง และนำไปสู่การบริจาคต่อไป

                               3. จดรายการของใช้ทุกครั้งก่อนไปซื้อ ... ในการซื้อของแต่ละครั้งนั้น ควรจดรายการสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อตัดรายการสินค้าที่
                                             ไม่จำเป็นออกไป
 
           4. จำกัดวงเงิน ... เพื่อให้ลดปริมาณการซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งก็จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น
 
                                  5. นึกถึงความจน ... ให้ นึกไว้เสมอว่าถ้าเราใช้เงินตามใจโดยไม่จำกัดวงเงิน อาจทำให้ใช้เงินไปโดยเปล่าประโยชน์ และนำมาซึ่งการ
                                           เป็นหนี้สินได้ ดังนั้นก่อนจะซื้ออะไรควรจะคิดให้ดีๆ
 
 
 
 
 

ถ้าจัดการกับภาวะ Oniomania แล้วทีนี้เราก็มาดูกันบ้างดีกว่าค่ะว่าสำหรับนักช้อปแล้ว มีหลักการช้อปยังไงบ้างไม่ให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

1. ถ้าไปเจอของที่ถูกใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะซื้อดีหรือเปล่า ให้ทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อพิจารณาก่อนว่าควรจะซื้อดีหรือไม่

                       และซื้อมาแล้วใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ถ้าหากคิดดูแล้วจำเป็นจริงๆ ซื้อมาใช้แล้วได้ประโยชน์ก็ตัดสินใจซื้อได้เลยค่ะ
 
                  2. ก่อนจะซื้อสินค้าควรเปรียบเที่ยวราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน เพื่อให้ได้สินค้าราคาถูกค่ะ
 
             3. ก่อนซื้อของแต่ละชิ้นให้คิดให้รอบคอบก่อนว่า สิ่งของที่เรามีอยู่แล้วนั้นยังสามารถใช้งานได้หรือไม่ หรือเรามีความจำเป็นต้องซื้อของชิ้นใหม่รึเปล่า
                        ถ้ายังไม่จำเป็นมาก ก็ยังไม่ควรจะซื้อค่ะ
 

4. ควรหาเพื่อนที่ไว้ใจได้และมีทักษะในการเลือกซื้อของ เพื่อช่วยในการตัดสินใจก่อนซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย (สิ่งที่สำคัญคือเพื่อนที่ไว้ใจต้องไม่ใช่

                 เพื่อนบ้าช้อปนะคะ ไม่ใช่ไปช่วยให้ช้อปล่ะ!)
 
                5. ถ้าหากตัดสินใจซื้อของมาแล้ว จะต้องยอมรับให้ได้ว่าในเดือนนี้เรามีรายจ่ายเพิ่ม ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง
 
 
 
 
ข้อมูลดีๆจาก :: http://listverse.com/2009/07/21/10-more-incredibly-bizarre-mental-disorders/
 
                        http://www.dek-d.com/content/lifestyle/27289/

 

 

 

 

 

 

 


 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน